CRISTIANO RONALDO เมื่อพรแสวงมันแรงแซงพรสวรรค์

CRISTIANO RONALDO

ในวงการฟุตบอลเราได้เห็นสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ ที่มีขึ้นมาในทุกยุคทุกสมัย แน่นอนว่าผู้เล่นเหล่านี้คือขวัญใจของแฟนบอล แต่มีไม่มากนักที่ยังคงยืนหยัดอยู่ ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปเท่าไหร่ ว่ากันว่าตัวแทนของผู้เล่นที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์คือ ลีโอเนล เมสซี่ ส่วนพรแสวงถูกยกให้กับ CRISTIANO RONALDO ผู้เล่นฝึกฝนร่างกายซ้อมอย่างหนัก เพื่อก้าวไปเป็นผู้เล่นเบอร์หนึ่งของโลก

ทั้งสองคนขับเคี้ยวกันในวงการลูกหนังยาวนานเกิน 20 ปี และในปัจจุบัน แฟนบอลก็ยังเถียงกันไม่รู้จบว่าสองคนนี้ ใครคือเบอร์หนึ่งของโลก? แต่นั่นไม่ได้สำคัญอะไร เพราะทั้งคู่ต่างก็มีเส้นทางเป็นของตัวเอง วันนี้ ดูบอลสด99.LIVE จะพาทุกท่านไปทำรู้จักตัวตนของ CRISTIANO RONALDO ว่าเส้นทางของเขาเป็นอย่างไร ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็น CR7 ในทุกวันนี้

ต่อสู้อย่างหนักกว่าจะเป็น CR7 หรือ CRISTIANO RONALDO

แน่นอนว่าเส้นทางของผู้เล่นระดับโลกส่วนใหญ่มักจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ตัวของ CRISTIANO RONALDO ก็เช่นเดียวกัน เขาเกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 1985 ที่เมืองมาเดร่า หนึ่งในสองเขตปกครองพิเศษในประเทศโปรตุเกส เป็นบุตรคนที่ 4 ของ โดโลเรส อเวโร่ คุณแม่ที่ทำอาชีพเป็นแม่ครัว และพนักงานทำความสะอาด

ส่วนพ่อของเขาคือ โชเซ ดินิส อเวโร่ ที่เป็นคนสวนก่อนจะได้งานดูแลเสื้อผ้าที่อันโดรินญ่า สโมสรแรกที่เขาเริ่มต้นเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เขาเกือบจะไม่ได้เกิดมาลืมตาดูโลก เพราะแม่ตั้งครรภ์ในตอนอายุ 30 ปี เนื่องจากครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างลำบาก ตอนแรกเธอไม่ได้รู้สึกยินดีกับลูกคนที่ 4 ที่กำลังจะถือกำเนิด เพราะจำเป็นต้องใช้เงินมากขึ้นเรื่อย ๆ แค่นี้ก็ลำบากพอแล้ว ทำให้เธอตั้งคิดหนักว่าจะเก็บลูกคนนี้ไว้หรือไม่

เธอได้ออกมาเปิดเผยว่าเกือบจะต้องทำแท้ง CRISTIANO RONALDO แต่ในประเทศโปรตุเกส เรื่องนี้ยังถือว่าผิดกฎหมาย ต้องมีเงื่อนไข เช่น เป็นคนที่สุขภาพไม่แข็งแรง และจำเป็นจริง ๆ แต่เธอเพิ่งจะอายุ 30 ปี ยังแข็งแรงอยู่ ทำให้แพทย์ไม่ยินยอม แต่เธอก็พยายามหาวิธีอื่น ๆ แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจให้เด็กคนนี้อยู่ต่อ ซึ่งกลายเป็นของขวัญอันล่ำค่าที่พระเจ้าประทานมาให้

จุดเริ่มต้นวัยเด็กของ CRISTIANO RONALDO

สำหรับเส้นทางลูกหนังของ RONALDO เขาชื่อชอบฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กเล่นตามถนน ก่อนจะมีญาติแนะนำให้เข้าร่วมทีมอันโดรินญ่า ในตอนอายุ 8 ขวบ ที่มีพ่อของเขาทำงานเป็นพนักงานดูแลเสื้อผ้า โดยใช้เวลาอยู่กับทีม 3 ปี ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ นาซิอองนาล สโมสรที่ใหญ่ขึ้นในปี 1997 ตอนนั้นเขาอายุ 12 ปี มีโอกาสเข้าทดสอบฝีเท้ากับสโมสรชั้นนำของประเทศอย่าง สปอร์ติ้ง ลิสบอน เทสต์อยู่ 3 วัน ก่อนจะเซ็นสัญญาเข้าทีมด้วยค่าตัว 1,500 ปอนด์

ทำให้ คริสเตียโน โรนัลโด ต้องย้ายจากเกาะมาเดร่าไปสู่เมืองหลวงอย่างลิสบอน ในระหว่างนั้นก็มีโอกาสได้เข้าศึกษาเหมือนเด็กทั่วไป แต่หัวใจของเขามีเพียงฟุตบอลเท่านั้น ก่อนคุณแม่และครูที่ปรึกษาจะหารือร่วมกัน และตัดสินใจให้เขาหยุดการเรียนเพื่อไปมุ่งมั่นกับการเล่นฟุตบอลแบบจริงจัง

แต่ชีวิตของเขามันไม่ได้ง่ายดายแบบนั้น เพราะในตอนที่อายุ 15 ปี เขามีปัญหาการเต้นของหัวใจไม่ปกติ จนจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดด้วยเลเซอร์ สร้างความหวาดหวั่นใจให้กับคุณแม่ แต่เหมือนว่าพระเจ้าจะให้เขาอยู่ในเส้นทางลูกหนัง เขาสามารถกลับมาซ้อมได้ตามปกติหลังจากนั้นไม่กี่วัน

ในตอนอายุ 16 ปี CRISTIANO RONALDO ถูกดันขึ้นไปซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ภายใต้การคุมทีมของลาสซ์โล โบโลนี่ เทรนเนอร์ชาวโรมาเนีย ที่ประทับใจในการเลี้ยงบอลของเขา ก่อนจะเป็นผู้ที่สอนให้เขาเล่นได้อย่างหลากหลากหลายในตำแหน่งตัวรุกไม่ใช่แค่ปีกเพียงอย่างเดียว ถือว่าเป็นสิ่งล้ำค่าที่สามารถนำมาปรับใช้ในโลกของฟุตบอลยุคใหม่

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต CRISTIANO RONALDO

หลังจากนั้นเมื่อตอนในปี 2002 ที่เขาเพิ่งอายุ 17 ปี ก็ได้โอกาสขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือกที่เปิดบ้านพบกับ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน โดยถูกส่งลงไปเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 58 โรนัลโด้ ต้องวนเวียนอยู่กับทีมชุดใหญ่และชุดบี ก่อนที่ในปี 2003 สโมสรจะได้แยกทางกับ ลาสซ์โล โบโลนี่ และให้ เฟอร์นานโด ซานโตส เข้ามาคุมทีมแทน

ตอนนั้นเขากลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นดาวรุ่งที่น่าจับตามองของวงการฟุตบอลโปรตุเกส ถูกนำเสนอให้กับผู้จัดการทีมชั้นนำในยุโรป อาทิ เชราร์ อุลลิเย่ร์ ของลิเวอร์พูล, โจน ลาปอร์ต้า บาร์เซโลน่า รวมไปถึง อาร์แซน เวนเกอร์ ของ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ที่มีการนัดหมายแข้งรายนี้เพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการย้ายทีม แต่ทุกอย่างไม่เกิดขึ้น

หลังผิดหวังกับการไม่ได้ย้ายไปร่วมทีม อาร์เซน่อล เขากลับมายังสปอร์ติ้ง ลิสบอน เพื่อฝึกซ้อมตั้งตารอสำหรับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ทีมมีโปรแกรมลงเล่นในบ้านในเกมอุ่นเครื่องปรีซีซั่นพบกับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันที่ 6 สิงหาคม 2003 เกมนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของเขา โดยถูกส่งลงสนามในเกมนี้สร้างความปั่นป่วนเล่นงาน จอห์น โอเช กองหลังทีมเยือนจนหัวหมุน

ทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือของแมนฯยูไนเต็ด ต้องให้สต๊าฟฟ์ของทีมไปตามผู้บริหารระดับสูงของสโมสรอย่าง ปีเตอร์ เคนย่อน ให้มาดูเด็กคนนี้ และยืนกรานจะเซ็นสัญญากับเจ้าหมอนี่ให้ได้ หลังจากนั้นเพียงแค่ 6 วัน CRISTIANO RONALDO ก็ได้ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 12.24 ล้านปอนด์ โดย “เฟอร์กี้” ให้คำนิยามกับผู้เล่นใหม่คนนี้ ว่าเป็นนักเตะอายุน้อยที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด

ทางเดินใหม่ที่ CRISTIANO RONALDO ต้องฝ่าฟัน?

จริง ๆ แล้ว CRISTIANO RONALDO ไม่ใช่เป้าหมายหลักของ แมนฯยูไนเต็ด หลังจากที่พวกเขาต้องเสียแข้งซูเปอร์สตาร์หมายเลข 7 อย่าง เดวิด เบ็คแฮ่ม ไปให้กับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 17.25 ล้านปอนด์ ในช่วงซัมเมอร์ปีนั้น เป้าหมายหลักของพวกเขาคือ โรนัลดินโญ่ ที่กำลังขึ้นหม้อกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และแผลงฤทธิ์ให้เห็นกันในฟุตบอลโลก 2002 แต่สุดท้าย เจ้าของฉายา “เหยินน้อย” เลือกย้ายไปอยู่กับบาร์เซโลน่า

แน่นอนว่าการย้ายมาสู่ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทำให้เขากลายเป็นความหวังใหม่ของแฟน ๆ “เรด อาร์มี่” ทั้งในเรื่องของค่าตัวที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรสำหรับผู้เล่นดาวรุ่ง และยังทีมยังมอบเสื้อหมายเลข 7 ที่เป็นเบอร์ของแข้งระดับตำนานทั้ง จอร์ต เบสต์, เอริค คันโตน่า และคนล่าสุดอย่าง เดวิด เบ็คแฮ่ม แม้ว่าตอนแรกเจ้าตัวจะร้องขอเสื้อหมายเลข 28 ก็ตาม

เด็กหนุ่มวัย 18 ปี ต้องรับกับความกดดันทุกอย่าง โดยเฉพาะการที่ต้องออกมาใช้ชีวิตต่างแดนตั้งแต่อายุยังน้อยต้องพบกับกับสังคมใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม เขาลงเล่นในตำแหน่งปีกด้วยสไตล์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยการ “สับแหลก แหกด่าน” แต่เปิดบอลไม่ได้เรื่องเลย ผิดกับภาพจำของแฟน ๆ ที่เคยมี เดวิด เบ็คแฮ่ม เป็นผู้เล่นเท้าชั่งทองตรงริมเส้นฝั่งขวา ทำให้เขากลายเป็นตัวตลกของแฟนบอลคู่แข่ง หรือแม้แต่ทีมตัวเอง

อย่างไรก็ตาม เขาได้ใช้ความมุ่งมั่นพยายามหรือที่เราเรียกกันว่าพรแสวงปรับตัวให้เขากับทีมเน้นประสิทธิภาพมากกว่าการโชว์คักยภาพ จนกลายเป็นผู้เล่นขวัญใจของ แมนฯยูไนเต็ด นำไปสู่การเป็น CR7 ประสบความสำเร็จกับทีม คว้าบัลลงดอร์ครั้งแรก และก้าวไปสร้างประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่กับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ในปี 2009 ด้วยค่าตัวสถิติแพงที่สุดในโลก ณ เวลานั้น 80 ล้านปอนด์ มีลูก ๆ โรนัลโด้จูเนียร์ ที่น่ารัก

รวมที่สุดของ CRISTIANO RONALDO

ต้องยอมรับว่า CRISTIANO RONALDO คือผู้เล่นแห่งยุคอย่างแท้จริง แม้ว่าแฟนบอลทั่วโลกจะเสียงแตก เพราะมี ลีโอเนล เมสซี่ ที่ขึ้นมาในยุคเดียวกัน อย่างไรก็ตามความสำเร็จของเขาก็ถือว่าไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากันเท่าไหร่

CRISTIANO RONALDO กับการโกยรางวัลส่วนตัว

ความสำเร็จในเส้นทางลูกหนังของ CRISTIANO RONALDO ก็เป็นสิ่งที่สามารถบอกได้ว่าเขาก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกในยุคของตัวเอง เขากวาดรางวัลทิ่ยิ่งใหญ่อย่าง “บัลลงดอร์” ได้ถึง 5 สมัย ในปี 2008 ที่อยู่กับแมนฯยูไนเต็ด และอีก 4 ครั้งกับ เรอัล มาดริด เมื่อปี 2013, 2014, 2016 และ 2017

นอกจากนี้ยังมีรางวัลจากสถาบันอื่นอีกมากมาย อาทิ ผู้เล่นยอดเยี่ยมของแต่ละลีกที่เคยลงเล่นมาทั้ง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลาลีกา สเปน และเซเรียอา อิตาลี รวมไปถึงการสร้างสถิติมากมาย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงเล่นมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก และเป็นเจ้าของสถิติยิงประตูมากที่สุดในโลก 891 ประตูจาก 1,240 เกม

ความสำเร็จในทีมชาติของ CRISTIANO RONALDO

แน่นอนว่าการประสบความสำเร็จในการเล่นทีมชาติถือว่าเป็นความฝันสูงสุดของนักฟุตบอลอาชีพแทบจะทุกคนเลยก็ว่าได้ ตัวของ CRISTIANO RONALDO ก็เช่นเดียวกัน เขาเป็นเจ้าของสถิติลงเล่นในเกมระดับชาติมากที่สุด 205 เกม และยังยิงประตูได้มากที่สุดด้วย 128 ประตู ซึ่งสถิติเหล่านี้ยังสามารถถูกทำเพิ่มขึ้นไปได้อีก เพราะในตอนนี้ยังคงโลดแล่นในวงการฟุตบอล

การคว้าแชมป์ยูโร 2016 คือโทรฟี่ที่ RONALDO รอคอยมาอย่างยาวนาน เกิดเหตุการณ์มากมายในเกมนัดชิงชนะเลิศ เขาบาดเจ็บ แต่ก็เอาใจช่วยเพื่อนร่วมทีม จนสุดท้ายมาได้ประตูชัยจาก เอแดร์ คว้าแชมป์ได้สำเร็จ ในทัวร์นาเมนท์ระดับชาติเหลืออย่างเดียวคือฟุตบอลโลกที่เขายังไม่เคยสัมผัสมัน ซึ่งในปี 2026 น่าจะเป็นทัวร์นาเมนท์สุดท้ายของเขา ก็ต้องรอดูกันว่าจะจบเส้นทางลูกหนังอย่างไร

พรแสวงทำให้ CRISTIANO RONALDO มีวันนี้จริงหรือ?

เชื่อว่าหลายคนคงเกิดความสงสัยว่าเพียงแค่พรแสวงเพียงอย่างเดียวนั้นทำให้เขาร่ำรวยมหาศาลค่าเหนื่อยโรนัลโด้ทะลุอยู่เบอร์ต้น ๆ ของโลก ไม่ว่าจะย้ายไปอยู่กับทีมไหน คำตอบคงไม่ใช่แค่พรแสวงเป็นอย่างเดียว ต้องมีเรื่องพรสวรรค์ที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เด็กด้วย ต้องบอกว่า CRISTIANO RONALDO มีทั้งสองอย่าง หากมีเพียงแค่พรสรรค์แต่ไม่ลงมือทำจะประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ได้อย่างไร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ CRISTIANO RONALDO

เล่นมาแล้วกี่สโมสร?

5 สโมสรในระดับอาชีพ (สปอร์ติ้ง ลิสบอน, แมนฯยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด, ยูเวนตุส, อัล-นาสเซอร์)

อัล-นาสเซอร์ ต้นสังกัดปัจจุบันอยู่ในประเทศอะไร?

ซาอุดีอาระเบีย

มีพี่น้องกี่คน?

มีพี่น้องร่วมสายเลือด 4 คน เขาเป็นคนเล็กสุด

ค่าเหนื่อยโรนัลโด้ปัจจุบันเท่าไหร่?

173 ล้านปอนด์ต่อปี หรือ 3.33 ล้านปอนด์ต่อสัปดาห์

ปัจจุบันอายุเท่าไหร่?

38 ปี ในปี 2024

บทความล่าสุด

ข่าวฟุตบอลล่าสุด

ไฮไลท์ฟุตบอลล่าสุด

วิเคราะห์บอลล่าสุด