LIONEL MESSI ตำนานยอดแข้งตลอดกาลของโลก

LIONEL MESSI

การพาทัพ “ฟ้าขาว” อาร์เจนติน่า ผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ทำให้ LIONEL MESSI สถาปนาตัวเองกลายเป็นยอดแข้งระดับโลก ที่คว้ามาทุกโทรฟี่ที่ลงเล่น ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ นี่คือสิ่งที่เขาถวิลหาและเฝ้ารอคอยมาตลอด ซึ่งกว่าจะทำสำเร็จต้องรอจนอายุ 35 ปี ถือว่าเป็นช่วงท้ายปลายทางของอาชีพค้าแข้งแล้ว

สิ่งเหล่านี้บ่งบอกถึง ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ ผิดหวังมากี่ครั้ง? แต่หากยังไม่ยอมแพ้ ยังคงสู้ก็สามารถประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน วันนี้ ดูบอลสด99.LIVE จะพาทุกท่านไปดูว่า ลีโอเนล เมสซี่ หนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดตลอดกาลของวงการลูกหนัง กว่าจะมีวันนี้เขาต้องผ่านกับอะไรบ้าง

LIONEL MESSI

จุดเริ่มต้นของ LIONEL MESSI

เด็กหนุ่มจากเมืองโรซาริโอ้ที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงอย่างบัวโนส ไอเรส ราว ๆ 300 กิโลเมตร เขาเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง เป็นบุตรคนสุดท้องจากพี่น้องร่วมสายเลือดทั้งหมด 4 คน โดยมีพี่ชาย 2 และพี่สาว 1 ของฮอร์เก้ เมสซี่ ผู้เป็นบิดา และซีเลีย มาเรีย คุชชิตตินี่ ผู้เป็นมารดา

โดยคุณพ่อของเขาทำงานเป็นผู้จัดการโรงงานเหล็ก ส่วนคุณแม่ก็เป็นพนักงานที่นั่น โดยดั่งเดิมครอบครัวของเขาเป็นชาวอิตาเลียนที่อพยพมาตั้งรกรากในอเมริกาใต้ เขามีชีวิตเติบโตมากับฟุตบอลโดยแท้ เล่นฟุตบอลกับของเขาทั้งสองคน รวมไปถึงลูกพี่ลูกน้องของเขาด้วย โดยมีคุณยายที่คอยพาเขาไปสนามฟุตบอลอยู่เสมอ เรียกได้ว่าเกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่นอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ทำให้ชีวิตในวัยเด็กของเขาถือว่าสมบูรณ์

LIONEL MESSI

เมื่ออายุได้ 5 ขวบ LIONEL MESSI เริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมเล็ก ๆ ท้องถิ่นในบ้านเกิดอย่างกรานโดลี่ โดยผู้ฝึกสอนไม่ใช่ใครที่ไหน ก็ฮอร์เก้ เมสซี่ พ่อของเขาเองที่ปลีกเวลาว่างจากงานมาทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ แม้ว่าจะตัวเล็กและไม่เป็นที่ยอมรับจากผู้อื่น ๆ แต่พ่อของเขานั้นรู้ดีกว่าลูกชายคนนี้มีพรสวรรค์ลูกหนังมากแค่ไหน หลังจากนั้นในปี 1995 ก็ได้เข้าไปอยู่ในอคาเดมี่ของทีมรักอย่าง นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์

LIONEL MESSI

วัยเด็กของ LIONEL MESSI ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด

หลังการเข้าร่วมอคาเดมี่สโมสรในลีกสูงสุดอย่าง นีเวลลส์ โอลด์ บอยส์ ทุกอย่างเหมือนจะราบรื่น ก่อนที่ LIONEL MESSI จะอายุขวบ 11 ปี ต้องมาพบเจอกับเรื่องราวร้าย ๆ เมื่อต้องสูญเสียคุณย่าอันเป็นทีรัก ผู้ที่พาเขาไปสนามฟุตบอลบ่อย ๆ และเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง ซ้ำร้ายกว่านั้นเขายังมีประสบปัญหาร่างกายขาดฮอร์โมนที่มีผลต่อการเจริญเติบโต กลายเป็นอุปสรรคสำคัญในเส้นทางลูกหนัง

ตัวของเขาเล็กมากหากเทียบกับนักเตะในรุ่นเดียวกัน ในตอนแรก นีเวลลส์ โอลด์ บอยส์ ยอมจ่ายค่ารักษาให้กับเขา แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในประเทศอาร์เจนติน่า ทำให้สโมสรไม่สามารถทำตามที่ตกลงกันไว้ได้ เขาถูกเสนอให้กับ ริเวอร์เพลท แต่ทีมดังจากเมืองหลวงก็มีปัญหาด้านการเงินเช่นกัน

อย่างไรก็ตามเหมือนพระเจ้าจะไม่ยอมให้อะไรมาหยุดเส้นทางลูกหนังของ LIONEL MESSI ได้ ผลงานของเขาไปถูกตาต้องใจของ การ์เลส เรซัค ผู้อำนวยการกีฬาของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า เกิดประทับใจในฝีเท้าของหนุ่มน้อยมหัศจรรย์รายนี้ ก่อนจะยื่นข้อเสนอต่อครอบครัวของ เมสซี่ ว่ายินดีดูแลค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด แต่เด็กคนนี้ต้องไปอยู่ที่สเปน ครอบครัวของเขาตกลงทันที ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต นี่คือประตูสู่ “ลา มาเซีย”

MSN MESSI SUAREZ NEYMAR

เส้นทางสู่สตาร์ลูกหนังโลกของ LIONEL MESSI

หลังจากก้าวเท้าเข้าสู่สเปน LIONEL MESSI ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีในศูนย์ฝึกฟุตบอลลา มาเซีย ของบาร์เซโลน่า ฝีเท้าของเขาพัฒนาอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นดาวเด่นในทีมเยาวชน โดยมีเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกันอย่าง เคราร์ด ปิเก้ และเชสก์ ฟาเบรกาส หลังจากรักษาด้วยฮอร์โมนก็ไม่มีอะไรมาหยุดเส้นทางของเขาได้

ใช้เวลาไม่นานก็ถูกผลักดันขึ้นสู่ บาร์เซโลน่า ซี และบี ตามลำดับ โดยในระหว่างนั้นเขาได้รับความสนใจจาก อาร์เซน่อล สโมสรดังในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่เจ้าตัวเลือกที่จะอยู่กับ บาร์เซโลน่า ต่อไป ขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นของเขาอย่าง เชสก์ ฟาเบรกาส เลือกย้ายไปใช้ชีวิตในอังกฤษกับทีม “ปืนใหญ่” เช่นเดียวกับ เคราร์ด ปิเก้ ที่ก้าวเท้าเข้าสู่รั้วโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซบ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เขาก้มหน้าก้มตาเล่นฟุตบอลที่ตัวเองรัก จนในฤดูกาล 2003-04 บาร์เซโลน่า ที่คุมทีมโดย แฟรงค์ ไรจ์การ์ด ได้เรียกแข้งจากทีมเยาวชนเข้าสู่ชุดใหญ่หลายราย โชว์ฝีเท้าในการซ้อมเล่นเอาแข้งรุ่นพี่อย่าง ลูโดวิช ชูลี่ ถึงกับอึ้ง รวมไปถึง “เหยินเล็ก” โรนัลดินโญ่ ก็การันตีได้ทันทีว่าไอ้หนุ่มวัย 16 ปี รายนี้จะเป็นยอดแข้งที่ดีกว่าเขาในอนาคตอย่างแน่นอน

ฤดูกาล 2004-05 LIONEL MESSI ได้ประเดิมลงเล่นชุดใหญ่อย่างเป็นทางการด้วยการลงไปเป็นสำรองในเกมดาร์บี้แห่งแคว้นคาตาลันที่พบกับ “นกแก้ว” เอสปันญ่อล เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ปี 2004 กลายเป็นสถิตินักเตะอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรที่ลงเล่นในเกมอย่างเป็นทางการด้วยวัยเพียง 17 ปี 3 เดือน 22 วัน ก่อนจะยิงประตูแรกได้ในช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2005 และมีส่วนพาทีมคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 6 ปี

LEO MESSI'S 8TH BALLON D'OR

บัลลงดอร์ 8 สมัยของ LIONEL MESSI

ฤดูกาลแรกของเขากับ บาร์เซโลน่า เริ่มต้นได้อย่างสวยงามปีต่อมาก็คว้าแชมป์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เขากลายเป็นกำลังหลักสำคัญของทีม อย่างเต็มตัวในปี 2008 เมื่อโรนัลดินโญ่ย้ายไปค้าแข้งกับ “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน เขาพาทีมผงาดคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ จนนำไปสู่การคว้ารางวัลบัลลงดอร์สมัยแรกในปี 2009 เบียดเอาชนะ คริสติโน่ โรนัลโด้ จาก “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด

หลังจากนั้น LIONEL MESSI ก็คว้าบัลลงดอร์อย่างเมามันได้ 3 ครั้งติดในปี 2010, 2011 และ2012 ซึ่งถือว่าเป็นยุคที่บาร์เซโลน่ากำลังเรืองอำนาจในวงการลูกหนัง อุดุมไปด้วยผู้เล่นชั้นยอดอาทิ ดานี่ อัลเวส, ชาบี เอร์นานเดซ, อันเดรียส อิเนียสต้า รวมไปถึงดาบิด บีญ่า ผงาดคว้าแชมป์กันเป็นว่าเล่น

เมสซี่

แม้ว่าผู้เล่นคนอื่น ๆ จะโรยรากันไป แต่เขายังคงรักษามาตรฐานการเล่นและสภาพร่างกายให้สดอยู่เสมอ เชาคว้าแชมป์และรางวัลส่วนตัวอย่างบัลลงดอร์เพิ่มอีก 4 สมัย ในปี 2015, 2019, 2021 และสมัยล่าสุดคือ 2023 เรียกได้ว่าคงไม่มีมนุษย์คนไหนที่สามารถทำได้แบบนี้อีกแล้ว เพราะเป็นเรื่องที่ยากมากจริง ๆ เชื่อว่าอีก 100 ปีข้างหน้าสถิติของเมสซี่กับบัลลงสดอร์ 8 สมัยก็ยังคงอยู่

LIONEL MESSI กับความสำเร็จในทีมชาติ

แม้ว่า LIONEL MESSI จะประสบความสำเร็จกับการเล่นในระดับสโมสรกับบาร์เซโลน่า แต่ก็มีแฟนบอลหลาย ๆ คน ยังตั้งข้อสงสัยว่าเขาเก่งจริงหรือไม่? เก่งจริงทำไมไม่เห็นได้แชมป์ทีมชาติเลย นอกจากเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่กรุงปักกิ่ง และแชมป์โลกในระดับเยาวชน

ทำให้ถูกมองว่าเส้นทางลูกหนังของเขายังไปไม่สุด เพราะสิ่งที่ต้องการมากที่สุดในชีวิตคงเป็นถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลกอย่างปฏิเสธไม่ได้ เมสซี่ เริ่มเล่นฟุตบอลโลกสมัยแรกคือปี 2006 ในตอนที่ยังเป็นดาวรุ่ง ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายเพราะพ่ายการดวลจุดโทษให้กับทีมเจ้าภาพอย่าง “อินทรีเหล็ก” เยอรมัน

หลังจากนั้นในปี 2010 ที่แอฟริกาใต้ ภายใต้การคุมทีมของ “เสือเตี้ย” ดีเอโก้ มาราโดน่า ผู้เป็นบิดาแห่งวงการลูกหนังของทัพ “ฟ้าขาว” ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันจบที่รอบ 8 ทีมอีกครั้ง และเหมือนเป็นการฉายหนังม้วนเก่าพ่ายให้กับ เยอรมัน แต่คราวนี้โดนถล่มไป 4-0

ลิโอเนล เมสซิ

ฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล ถือว่าใกล้เคียงมากที่สุด LIONEL MESSI กำลังอยู่ในช่วงพีคสุด ๆ ของอาชีพค้าแข้ง พาทีมไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่ศัตรูที่ขวางอยู่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คู่ปรับเก่าอย่างทีมชาติเยอรมัน และก็เป็นอีกครั้งที่ ลีโอเนล เมสซี่ ต้องพบเจอกับความผิดหวัง แพ้ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 0-1 โดน มาริโอ เกิทเซ่ ยิงประตูชัยในนาทีที่ 113

ลิโอเนล เมสซี่

ส่วนฟุตบอลโลก 2018 ก็จอดป้ายแค่รอบ 16 ทีม หลังจากนั้นก็พลาดการคว้าแชมป์โคปา อเมริกา จนเจ้าตัวประกาศอำลาเลิกเล่นทีมชาติในวัยเพียง 29 ปีเท่านั้น เพราะความบอบช้ำที่ไปไม่ถึงฝั่งฝันเสียที เหมือนว่าการเล่นทีมชาตินั้นเป็นเหมือนทางคู่ขนานกับชีวิตของเขา

ลิโอเนล เมสซี่

ก่อนจะเปลี่ยนใจในภายหลัง หวนกลับเล่นทีมชาติอีกครั้ง หลังทนเสียงเรียกร้องจากแฟนบอลไม่ไหว เขาหายไปหายเดือน ซึ่งมาครั้งนี้มีความตั้งใจเป็นพิเศษหมายมั่นปั้นมือว่าจะทำให้สำเร็จ และก็ทำได้จริง ๆ ในศึกโคปา อเมริกา 2021 เป็นการคว้าแชมป์ในดินแดนของทีมคู่ปรับตลอดกาลอย่าง “แซมบ้า” บราซิล

ลิโอเนล เมสซี่

แชมป์ฟุตบอลโลกที่ LIONEL MESSI รอคอย

หลังเปิดประตูคว้าแชมป์ทวีปอย่างโคปา อเมริกา 2021 ทำให้ LIONEL MESSI กลับมามีกำลังใจสู้ต่อทีมชาติกับเป้าหมายใหญ่อย่างฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ อาร์เจนติน่า เริ่มต้นไม่สวยนักกับการพ่ายให้กับ “อินทรีทะเลทราย” ซาอุดีอาระเบีย ในการประเดิมสนามรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะเอาตัวรอดอัดเม็กซิโก และโปแลนด์ ด้วยสกอร์เดียวกัน 2-0 เข้ารอบ 16 ทีมในฐานะแชมป์กลุ่ม

เมสซี่

พวกเขาผ่านออสเตรเลียในรอบ 16 ทีม ก่อนจะมาดวลเดือดกับ “อัศวินสีส้ม” เนเธอร์แลนด์ ในรอบก่อนรองชนะเลิศเสมอในเวลา 2-2 ต้องไปดวลจุดโทษและสามารถเอาชนะได้ 4-3 ในรอบรองชนะเลิศ อาร์เจนติน่า ต้องเจอกับงานหนักเพราะมาดวลกับรองแชมป์เมื่อปี 2018 อย่าง “ตราหมากรุก” โครเอเชีย แต่ด้วยทีมจากยุโรปชุดนี้ไม่ได้แกร่งเหมือนเดิม ผู้เล่นหลายคนก็โรยราไปตามวัย ทำให้พวกเขาเอาชนะไปได้ไม่ยาก 3-0 กรุยทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

เมสซี่

แฟน ๆ ทั่วโลกต่างก็เอาใจช่วยให้เขาทำมันให้สำเร็จสักทีกับวัย 35 ปี และนี่คือฟุตบอลโลกสมัยที่ 5 ของเขา ถ้าไม่ได้ครั้งนี้ก็ไม่รู้จะได้ตอนไหน ซึ่งการดวลกับ “ตราไก่” ฝรั่งเศส ถือว่าหนึ่งในเป็นเกมรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกที่ดีที่สุดตลอดกาล เสมอกันในเวลา 3-3 แบบพลิกไปพลิกมา ก่อนที่ อาร์เจนติน่า จะดวลจุดโทษเอาชนะไปได้ 4-3 สิ้นสุดการรอคอยแชมป์ฟุตบอลโลกของ LIONEL MESSI เพราะรางวัลนี้คือสิ่งที่คู่ควรกับชีวิตค้าแข้งของเขา

MESSI 10

LIONEL MESSI คือตำนานอย่างไม่ต้องสงสัย

ต่อให้ LIONEL MESSI ไม่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ ยังไงเขาก็คือยอดแข้งที่คู่ควรแก่การถูกจารึกว่าเป็นตำนานอยู่ดี เพราะจากสิ่งที่เขาทำในวงการลูกหนัง ไม่รู้ว่าจะต้องเวลาอีกกี่ร้อยปีถึงจะมีนักเตะที่เก่งและประสบความสำเร็จแบบนี้เกิดขึ้นอีก แชมป์ระดับสโมสร และทีมชาติรวมไปถึงรางวัลส่วนตัวต่าง ๆ นับกันแทบไม่หวาดไม่ไหว ปัจจุบันในวัย 36 ปี ยังคงค้าแข้งอยู่ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าฟุตบอลโลก 2026 อีก 2 ข้างหน้าเราน่าจะได้เห็นเขามาในฐานะแชมเปี้ยนส์ ที่นำทีมมาป้องกันแชมป์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ LIONEL MESSI

ผ่านการเล่นฟุตบอลอาชีพกี่สโมสร?

3 สโมสร (บาร์เซโลน่า, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และ อินเตอร์ ไมอามี่)

คว้าบัลลงดอร์กี่สมัย?

8 สมัย (2009, 2010, 2011, 2012, 2015, 2019, 2021 และ 2023)

ภรรยาของลิโอเนล เมสซี่ชื่อว่าอะไร?

อันโตเนลล่า ร็อคคุซโซ

เล่นฟุตบอลโลกมาแล้วกี่สมัย?

5 สมัย (2006, 2010, 2014, 2018 และ 2022)

ปีไหนที่เขายิงประตูได้มากที่สุด?

2012 (91 ประตู)

บทความล่าสุด

ข่าวฟุตบอลล่าสุด

ไฮไลท์ฟุตบอลล่าสุด

วิเคราะห์บอลล่าสุด