MOHAMED SALAH ยอดนักฟุตบอลราชันย์แห่งทะเลทราย

MOHAMED SALAH

หากจะพูดถึงนักเตะขวัญใจของแฟนบอล “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในยุคปัจจุบัน หลาย ๆ คน คงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องเป็น MOHAMED SALAH สุดยอดดาวเตะจากประเทศอียิปต์ ผู้ซึ่งเป็นทุกอย่างในแนวรุกของทีม ดลบันดาลความสำเร็จเข้าสู่รั่วแอนฟิลด์ กับช่วงเวลาแห่งความสุขของเหล่า “THE KOP” แน่นอนว่าเขาคือผู้เล่นคนสำคัญสำหรับทีม

แต่ใช้ว่าคนที่ประสบความสำเร็จ จะไม่เคยผิดหวังหรือล้มเหลวมาก่อน ดูบอลสด99.LIVE จะพาทุกอย่างไปทำความรู้จักกับ “คิงโม” ราชันย์แห่งทะเลทราย ถึงจุดเริ่มต้นของเขามีความเป็นมาอย่างไร ทั้งในช่วงเวลาที่สุขและทุกข์

คิงโม

MOHAMED SALAH พ่อคือแรงบันดาลใจให้เล่นฟุตบอล

สำหรับ MOHAMED SALAH เกิดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 1992 ที่เมืองแนกริก ในภูมิภาคกอร์เบีย ประเทศอียิปต์ มีพี่ชายร่วมสายเลือด 1 คน ชีวิตของเขาก็เหมือนกันเด็กผู้ชายทั่วไป ได้รับแรงบันดาลใจจากคุณพ่อให้เริ่มเล่นฟุตบอล โดยพ่อของเขาก็เป็นนักฟุตบอลตัวแทนของหมู่บ้าน และพ่อเองก็เป็นโค้ชคนแรกในชีวิตม มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้เขาเลือกเดินในเส้นทางค้าแข้งอาชีพ

เมื่อตอนอายุ 12 ปี เขาเริ่มเข้าสู่การเล่นฟุตบอลแบบจริงจังกับสโมสรในท้องถิ่น ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ เอล โมคาวลูน ในปี 2006 ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ทีมจุดใหญ่ในอีก 4 ปีต่อมา จนในปี 2012 ก็ย้ายจากบ้านเกิดมาค้าแข้งในยุโรปกับ เอฟซี บาเซิ่ล สโมสรดังในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ติดตามดูฟอร์มของเขามาสักระยะ ก่อนจะเชิญให้มาทดสอบฝีเท้ากับทีมเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ก่อนจับเซ็นสัญญา 4 ปี

การเข้ามาของเขาถือว่าเป็นตัวแทนของ “บิ๊กป้อม” เซอร์ดาน ชากิรี่ สตาร์ลูกหม้อของทีมที่ค้าแข้งอยู่กับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งการมาเล่นในยุโรป เขาแทบจะไม่ได้ใช้เวลามากมายในการปรับตัว กลายเป็นตัวหลักของทีมทันที และคว้าแชมป์ลีกได้ 2 ปีติด และได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของศึกสวิส ซูเปอร์ลีก ภายในฤดูกาลแรก เรียกได้ว่าย้ายมาก็ประสบความสำเร็จทันที

MOHAMED SALAH

ก้าวที่ล้มเหลวของ MOHAMED SALAH กับเชลซี

เส้นทางค้าแข้งในยุโรปของ MOHAMED SALAH เปรียบเสมือนดันฝัน เขาเปิดตัวได้อย่างยอดเยี่ยมกับ เอฟซี บาเซิ่ล คว้าแชมป์ลีก 2 ปีติด และรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของลีก แน่นอนว่าทุกคนนั้นมีความทะเยอทะยาน ตัวของเขาเองก็คิดถึงก้าวต่อไปในการประสบความสำเร็จ นั่นคือการย้ายทีมไปอยู่กับสโมสรที่ใหญ่กว่า ได้ค่าเหนื่อยมากกว่า

ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาวปี 2014 เขาได้รับความสนใจจากสองสโมสรดังในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่าง “สิงห์บลูส์” เชลซี และ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สุดท้ายเจ้าตัวเลือกไปค้าแข้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ ซึ่งในตอนนั้นเขาอายุเพียง 21 ปีเท่านั้น การย้ายสู่เชลซีถือเป็นก้าวสำคัญในชีวิตค้าแข้ง และกลายเป็นนักเตะอียิปต์คนแรกของสโมสร

แต่ทว่าการเลือกของเขาในครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปตามที่หวัง แทบจะไม่ได้ลงสนามเลย ภายใต้การคุมทีมของ “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” โชเซ่ มูรินโญ่ ถูกปล่อยให้กับ ฟิออเรนติน่า และโรม่า สองสโมสรจากเซเรียอา อิตาลี ยืมตัวไปใช้งาน เพราะไม่สามารถเบียดตำแหน่งตัวจริงได้ ถือเป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะด้วยอายุที่ยังน้อย และไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลอังกฤษ ที่ต้องใช้เวลาสักหน่อย

ซึ่งตัวของเพื่อนร่วมทีมในเวลานั้นอย่าง จอห์น โอบี มิเกล ที่เป็นชาวไนจีเรีย ทวีปเดียวกับซาลาห์ได้ออกมาเปิดเผยว่าแข้งอียิปต์รายนี้เคยถูก โชเซ่ มูรินโญ่ ตำหนิต่อหน้าเพื่อนร่วมทีมจนร้องไห้ออกมาในเกมที่เสมอกับ นอริช ซิตี้ 0-0 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2014

ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ MOHAMED SALAH ต้องเผชิญกับความล้มเหลวในการค้าแข้งที่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับการตัดสินใจที่เลือก เชลซี ก่อน ลิเวอร์พูล แต่ความผิดพลาดมักจะเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นในอนาคต

MOHAMED SALAH

โมซาลาห์กอบกู้ความมั่นใจที่เซเรียอา

หลังจากพบเจอกับความผิดหวังที่ เชลซี เขาถูกปล่อยให้กับ ฟิออเรนติน่า ยืมตัวในช่วงหน้าหนาวของฤดูกาล 2014-15 สลับขั้วกับ ฮวน ควาดาโด้ ปีกจอมเลื้อยชาวโคลอมเบีย ที่ตอนนั้นกำลังขึ้นหม้อ การย้ายมาค้าแข้งในเซเรียอา ทำให้ MOHAMED SALAH มีความมั่นใจมากขึ้น ลงเล่นให้กับ “ม่วงมหากาฬ” ไป 26 เกมในทุกรายการยิงได้ 9 ประตู

หลังจบฤดูกาลดังกล่าวเกิดข้อพิพาทขึ้น เมื่อ ฟิออเรนติน่า ต้องการใช้อ็อปชั่นซื้อตัวเขามาร่วมทีมแบบถาวร แต่โมซาลาห์เลือกปฏิเสธเพราะอยากไปอยู่กับ “หมาป่า” อาแอส โรม่า มีเรื่องต้องขึ้นโรงขึ้นศาล สุดท้ายศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาตัดสินใจเขาสามารถย้ายไปอยู่กับทีมดังแห่งกรุงโรมแบบไม่มีความผิด เชลซี ตอบรับปล่อยตัวให้โรม่าด้วยสัญญายืมตัวค่ายืม 5 ล้านยูโร และอ็อปชั่นย้ายทีมแบบถาวร

โดยผลงานของบังโมกับโรม่าถือว่าน่าพอใจ เพียงฤดูกาลแรกในสีเสื้อใหมาเขากดไป 15 ประตู จากการลงเล่น 42 เกมในทุกรายการ ทำให้ โรม่า ใช้อ็อปชั่นซื้อขาดจากเชลซีด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโร พร้อมคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของสโมสร จากนั้นก็อยู่กับทีมอีก 1 ฤดูกาลรักษามาตรฐานการเล่นที่ดีไว้เหมือนเดิม กอบกู้ชื่อเสียงกับมาอีกครั้ง

MOHAMED SALAH

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับการกลับมาค้าแข้งที่แดนผู้ดี

หลังใช้เวลาไปชุบตัวอยู่ที่เซเรียอา อิตาลี เพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา MOHAMED SALAH ได้รับโอกาสครั้งที่ 2 ในการกลับมาค้าแข้งที่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกครั้ง คราวนี้เป็น “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรทีมเขาปฏิเสธเมื่อปี 2014 คราวนี้เจ้าตัวไม่มีลังเลย้ายมาค้าแข้งในแอนฟิลด์ด้วยค่าตัว 43 ล้านปอนด์ กลายเป็นผู้เล่นที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร ทุบสถิติเดิมของ แอนดี้ แคร์โรลล์

ภาพจำของแฟนบอลที่มีต่อโมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับพรีเมียร์ลีกหนแรกที่เชลซียังเป็นสิ่งที่พวกเขาตั้งคำถาม แต่การมาอยู่ในมือของ เยอร์เก้น คล็อปป์ แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง เดิมทีแนวรุกของ ลิเวอร์พูล มี ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ การได้ แข้งอียิปต์เข้ามาถือเป็น 4 ประสาน “4 เต่าทอง” ตามแบบวงดนตรี POP ROCK ชื่อดังของเมืองลิเวอร์พูล

อย่างไรก็ตามมันไม่เกิดขึ้น เนื่องจาก ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ งอแงเจ็บหลังเพราะได้รับข้อเสนอจาก “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า และสุดท้ายก็เลือกย้ายออกจากทีมในช่วงเดือนมกราคม ทำให้แนวรุกของ ลิเวอร์พูล จาก “4 เต่าทอง” กลายเป็น SMF ที่ตัวย่อคล้ายกับวงร็อกบ้านเราอย่าง “STONE METAL FIRE” หรือ หิน เหล็ก ไฟ

โมซาลาห์

ซึ่งผลงานของบังโมถือว่าโดดเด่นสุด ๆ ปีแรกในแอนฟิลด์เขาซัดไป 44 ประตูจากการลงเล่น 52 เกมในทุกรายการ กวาดรางวัลมากมายทั้ง ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก, นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีจากหลายสถาบัน เรียกได้ว่าเหลือเชื่อจริง ๆ ทั้งที่เพิ่งย้ายมา แถมยังลบภาพของปีกกิ๊กก๊อก กลายเป็นผู้เล่นปีกจอมถล่มประตูไปโดยปริยาย เข้าไปเป็นขวัญใจของแฟน ๆ “หงส์แดง” ลืมคนเก่าอย่าง คูตินโญ่ ไปทันที

หลังจากนั้น MOHAMED SALAH ก็ได้สถาปนาตัวเองกลายเป็นยอดผู้เล่นระดับโลกมีส่วนสำคัญในการพา ลิเวอร์พูล กลับไปสู่ความยิ่งใหญ่ คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 6 ผงาดครองแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ครั้งแรกในรอบ 30 ปี และได้โทรฟีย์ทุกรางวัลภายใต้การคุมทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ เป็นยุคที่ทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์รุ่งเรืองสุด ๆ

โมซาลาห์

เส้นทางต่อไปของบังโม

อนาคตของ MOHAMED SALAH ได้กลับมาเป็นเครื่องหมายคำถามอีกครั้ง หลังการประกาศข่าวใหญ่ช็อคโลกของตัวกุนซือคู่บุญอย่าง เยอร์เก้น คล็อปป์ ที่จะอำลาตำแหน่งผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล หลังจบฤดูกาล 2023-24 สร้างความตกตะลึงเป็นอย่างมาก รวมไปถึงอนาคตของแข้งชาวอียิตป์ด้วย แม้ว่าเพิ่งจะต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมออกไปจนถึงปี 2025 ซึ่งในช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้สัญญาของเขาจะเหลือแค่ 1 ปีเท่านั้น

เขาตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับทีมในซาอุดีอาระเบียมาตลอด ซึ่งแน่นอนว่าสโมสรจากดินแดนตะวันออกกลางพร้อมที่จะทุ่มค่าเหนื่อยแบบไม่อั้นให้กับซาลาห์อยู่แล้ว ซึ่งมากกว่าที่ ลิเวอร์พูล มอบให้ในปัจจุบัน 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ที่ถือว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรด้วย

ก็ต้องรอติดตามกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้วอนาคตของเขาจะเป็นอย่างไร แต่ในปัจจุบัน MOHAMED SALAH ยังคงเดินหน้าทำลายสถิติต่าง ๆ กับสโมสรลิเวอร์พูล เขาอยู่กับทีมมา 7 ฤดูกาล แต่ได้สร้างสิ่งต่าง ๆ เอาไว้มากมาย ถือว่าเป็นตำนานแห่งแอนฟิลด์อย่างแท้จริง

โมฮาเหม็ด ซาลาห์

ใครคือไอดอลของโมซาลาห์

ในช่วงวัยเด็กของนักฟุตบอลหลายคน มักจะมีต้นแบบหรือนักเตะในดวงใจอยู่แล้ว ตัวของ MOHAMED SALAH ก็เช่นเดียวกัน เขามีไอดอลหรือนักเตะที่ชื่นชอบถึง 3 ราย ซึ่งถือว่าเป็นผู้เล่นระดับโลกในยุค 90 จนถึง 2000 อย่าง ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ รุ่นที่ในทีมสมัยค้าแข้งอยู่กับโรม่า, ตามด้วย โรนัลโด้ โรซาริโอ้ หรือ “โด้อ้วน” บราซิล และซีเนอดีน ซีดาน ตำนานทีมชาติฝรั่งเศส

โมฮาเหม็ด ซาลาห์

MOHAMED SALAH ราชันย์แห่งอิยิปต์

คงจะไม่มากเกินไป หากจะยกให้ MOHAMED SALAH เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดตลอดกลายของทีมชาติอียิปต์ ชื่อเสียงของเขาโด่งดังไกลไประดับโลก แน่นอนว่าเป็นถึงขั้นซูเปอร์สตาร์ อาจจะเป็นรองสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคอย่าง คริสติอาโน่ โรนัลโด้ และ ลีโอเนล เมสซี่ แต่แค่นี้ก็เป็นขวัญใจของแฟนบอล ลิเวอร์พูล และประชาชนชาวอียิปต์

นี่คือนักเตะจากทวีปแอฟริกาที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้มากที่สุด ภาพลักษณ์นอกสนามก็ไม่เคยมีเรื่องเสียหาย แถมยังใจบุญสร้างโรงเรียน, สถานพยาบาล บริจาคเงินอีกมากมายให้กับประชาชนในพื้นที่ยากไร้ ความป็อบปูล่าในบ้านเกิดถือว่าได้รับความนิยมสุด ๆ ถึงขั้นที่ว่าถูกประชาชนเสนอชื่อให้เป็นประธานาธิบดีกันเลยทีเดียว

โมฮาเหม็ด ซาลาห์

น่าเสียดายที่เส้นทางของ MOHAMED SALAH กับทีมชาติอียิปต์ไม่ได้สวยหรูเท่าไหร่ เขาต้องผิดหวังในรอบชิงชนะเลิศ แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ถึง 2 ครั้ง และในปีนี้ทีมก็หยุดเส้นทางเอาไว้แค่รอบ 16 ปี

อย่างไรก็ตามจากสิ่งที่เขาได้รังสรรค์เอาไว้ในวงการลูกหนัง โมซาลาห์ได้กลายเป็นราชันย์แห่งอียิปต์ แม้จะไม่ได้ครองรางวัลที่ยิ่งใหญ่เหมือนอดีตนักฟุตบอลจากทวีปแอฟริกาอย่าง จอร์จ เวอาห์ หัวหอกทีมชาติไลบีเรีย ผู้คว้าบัลลงดอร์กับ “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน เมื่อปี 1995 แต่เขาได้กลายเป็นตำนานอย่างไม่ต้องสงสัย

คำถามที่พบบ่อย MOHAMED SALAH

MOHAMED SALAH เป็นคนประเทศอะไร?

อียิปต์

สโมสรแรกในยุโรปคือสโมสรใด?

เอฟซี บาเซิ่ล

คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกฤดูกาลไหน?

ฤดูกาล 2017-18

ค่าเหนื่อยปัจจุบัน?

350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (ปี 2024)

ปัจจุบันอายุเท่าไหร่?

31 ปี (ปี 2024)

บทความล่าสุด

ข่าวฟุตบอลล่าสุด

ไฮไลท์ฟุตบอลล่าสุด

วิเคราะห์บอลล่าสุด