ROBERTO CARLOS ว่าแต่เองรู้จักโรแบร์โต้ คาร์ลอสรึป่าว?

ROBERTO CARLOS

รูปร่างถือว่าเป็นส่วนสำคัญของการเล่นฟุตบอล แต่ทว่านักเตะฟุตบอลที่เก่งก็ไม่จำเป็นต้องมีรูปร่างที่ดีเสมอไป เราได้เห็นนักเตะระดับโลกมากมายที่ตัวเล็ก แต่สามารถสร้างชื่อกลายเป็นเบอร์หนึ่งบนเวทีลูกหนัง ไม่ว่าจะเป็น ดีเอโก้ มาราโดน่า หรือ ลีโอเนล เมสซี่ เช่นเดียวกับ ROBERTO CARLOS

หนึ่งในผู้เล่นระดับตำนานของทีมชาติบราซิลที่ทุกวันนี้หลายคนยังคงจดจำและพูดถึงเขาอยู่เสมอ ซึ่งแฟนบอลยุคใหม่อาจจะไม่ทันได้ดูฝีเท้าของเขา ทาง ดูบอลสด99.LIVE จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับโรแบร์โต้ คาร์ลอส เจ้าของฉายา “แบ็คซ้ายตีนระเบิด” เขาคือใคร และเส้นทางลูกหนังของเขาเป็นอย่างไร?

ROBERTO CARLOS

จุดเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังของ ROBERTO CARLOS

สำหรับ ROBERTO CARLOS เกิดที่ย่านการ์ซ่า ในเมืองเซา เปาโล เมื่อวันที่ 10 เมษายน 1973 โดยเป็นบุตรของ ออสการ์ คาร์ลอส ผู้เป็นพ่อ และเวร่า ลูเซีย ดา ซิลวา ผู้เป็นแม่ ครอบครัวของเขาถือว่ามีฐานะยากจน เพราะพ่อแม่ประกอบอาชีพเป็นชาวสวน โดยมีพี่สาว 2 คน เช่นเดียวกับเด็ก ๆ ส่วนใหญ่ในบราซิล ทำให้ต้องเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 12 ขวบ เพื่อช่วยเหลือครอบครัว โดยเริ่มทำงานในโรงงานทอผ้า “ทอร์เซา คาร์เดโร่”

ROBERTO CARLOS

สำหรับกีฬาฟุตบอลในบราซิลเปรียบดั่งกับศาสนา เด็ก ๆ แทบทุกคนต่างหลงใหลกับกีฬาชนิดนี้ เช่นเดียวกับ ROBERTO CARLOS หากมีเวลาว่างเขาก็ออกไปเล่นฟุตบอลตามข้างถนนกับเพื่อน ๆ อยู่เสมอ และได้มีโอกาสเล่นฟุตบอลให้กับทีมโรงงานผลิตบรั่นดี ซึ่งเป็นรายการฟุตบอลของชนชั้นแรงงาน โดยเริ่มต้นเล่นในตำแหน่งศูนย์หน้า แม้ว่าจะรูปร่างเล็ก แต่ก็เต็มไปด้วยความเร็วและการยิงบอลที่เฉียบคม

หลังอายุ 15 ปี เส้นทางฟุตบอลอาชีพของ ROBERTO CARLOS ก็เริ่มขึ้นเมื่อถูกทาบทามให้เข้าร่วมสโมสรยูนิเอา เซา เชา ทีมเล็ก ๆ ในเมืองเซา เปาโล บ้านเกิดของเขา โดยในช่วงแรกก็อยู่ในทีมเยาวชน โดยเปลี่ยนจากตำแหน่งกองหน้ามาเป็นแบ็คซ้าย ผลงานของเขาโดดเด่นสุด ๆ จนทำให้ถูกเรียกตัวติดทีมชาติบราซิลรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ทั้งที่เจ้าภาพเพิ่งจะอายุ 16 ปีเท่านั้น

เมื่ออายุครบ 18 ปี เขาก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ ก่อนจะถูกปล่อยให้ แอตเลติโก้ มิไนโร่ สโมสรที่ใหญ่กว่ายืมตัวไปใช้งาน ในเวลานั้นเขายังไม่เซ็นสัญญานักเตะอาชีพ โดยเป็นการย้ายทีมช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เปรียบเสมือนไปทดสอบฝีเท้า ได้ไปทัวร์ยุโรปกับทีม ก่อนจะกลับมาอยู่ที่ต้นสังกัดเดิม ยูนิเอา เซา เชา แม้จะอยู่กับทีมในระดับลีกรอง แต่เขาก็ถูกเรียกตัวติดทีมขาติบราซิลชุดใหญ่ทันทีด้วยอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น

จนในปี 1993 เขาได้เซ็นสัญญาฉบับแรกสำหรับการเป็นนักเตะอาชีพกับสโมสรที่ใหญ่กว่าอย่างพัลไมรัส โดยการเริ่มต้นอาชีพของเขาถือว่าสดใสสุด ๆ พาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ 2 สมัยติดในปี 1993 และ1994 ชื่อของเขากลายเป็นที่รู้จักของแฟนบอลในบราซิล รวมไปถึงบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป ที่พากันจ้องตาเป็นมัน

ROBERTO CARLOS

สไตล์การเล่นของ ROBERTO CARLOS

แม้ว่า ROBERTO CARLOS จะเป็นผู้เล่นที่มีรูปร่างเล็กก็เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคนิคอันแพรวพราวตามแบบฉบับของนักฟุตบอลบราซิล เริ่มต้นเล่นฟุตบอลในตำแหน่งศูนย์หน้าในระดับเยาวชน ก่อนที่จะมาเปลี่ยนบทบาทก็ตอนที่เขาเริ่มเข้าสู่สโมสรฟุตบอลอาชีพในตำแหน่งงแบ็คซ้ายที่ถือว่าลงตัวสุด ๆ เพราะเป็นผู้เล่นที่มีความเร็วสูงแบบหาตัวจับได้ยาก และมีเท้าซ้ายอันทรงพลัง

จุดเด่นของเขาคือการเติมเกมรุกแบบไม่มีหมด การครอสบอลโค้งที่เร็วแรงและมีความแม่นยำ อีกหนึ่งคุณสมบัติพิเศษคือการยิงฟรีคิกจากระยะไกล เท้าหนักสามารถยิงบอลโค้งแบบไซด์ก้อยได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมไปถึงการทุ่มไกลก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่แฟน ๆ ได้เห็นจากตัวเขา

โรแบร์โต้ คาร์ลอส

ROBERTO CARLOS ออกผจญภัยในยุโรป

หลังจากโชว์ฟอร์มได้สุดสะเด่ากับพัลไมรัสในปี 1995 ROBERTO CARLOS กลายเป็นที่หมายตาของสโมสรในยุโรป เกือบจะได้เซ็นสัญญาย้ายไปร่วมทีม “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่สุดท้ายจบลงด้วยการย้ายไปค้าแข้งให้ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ทีมยักษ์ใหญ่แห่งเซเรียอา อิตาลี แต่ชีวิตของเขาในปีแรกกับการย้ายมาเล่นที่ยุโรปไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่

การมาอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน ที่ตอนนั้นคุมทัพโดย “ปู่รอย” รอย ฮ็อดจ์สัน ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาหวัง เขาถูกโยกให้ไปเล่นตำแหน่งปีกซ้าย ซึ่งเจ้าตัวไม่ถนัด แม้ว่าจะลงสนามให้กับทีมไปทั้งหมด 34 เกม ในทุกรายการและยิงได้ถึง 7 ประตู แต่ ROBERTO CARLOS ไม่ได้มีความสุขนัก ขอเข้าไปพูดคุยกับ มัสซิโม่ โมรัตติ ประธานสโมสรเพื่อขอย้ายทีม

โรแบร์โต้ คาร์ลอส

ซึ่งทางเรอัล มาดริดในเวลานั้นคุมทีมโดย ฟาบิโอ คาเปลโล่ รู้จักกับฝีเท้าของเขาเป็นอย่างดี แทบไม่อยากเชื่อว่าแข้งรายนี้จะย้ายมาอยู่ในทีมของเขา จึงได้ไปขอร้องให้ประธานสโมสรอย่าง ลอเรนโซ่ ซานซ์ รีบเดินทางไปเมืองมิลาน เพื่อปิดดีลแข้งร่างเล็กรายนี้มาร่วมทีมให้จงได้ โดยใช้เวลาแค่ 1 วัน ท่านประธานไม่ได้กลับมาตัวเปล่าแต่เอาของขวัญที่ชื่อ ROBERTO CARLOS มาให้ด้วย โดยเลือกสวมเสื้อหมายเลข 3 ให้กับเรอัล มาดริด

กาลาติกอส

ROBERTO CARLOS ชีวิตที่รุ่งโรจน์กับราชันชุดขาว

เป็นช่วงเวลา 1 ปี กับอินเตอร์ มิลาน ที่ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ หลังจากนั้นเขาย้ายมาอยู่กับ เรอัล มาดริด สมใจภายใต้การคุมทีมของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ โดยยึดตำแหน่งแบ็คซ้ายมาตลอด โดยสโมสรแห่งนี้คือสถานที่ที่เขาประสบความสำเร็จรุ่งโรจน์มากที่สุดในอาชีพค้าแข้งก็ว่าได้

ROBERTO CARLOS ลงเล่นเป็นตัวหลักของทีมตลอด ผ่านทุกช่วงเวลาที่น่าจดจำในยุค “กาลาติกอส” หรือทีมรวมดาราอันโด่งดัง ที่เต็มไปด้วยแข้งซูเปอร์สตาร์อย่าง ซีเนอดีน ซีดาน, โรนัลโด้, เดวิด เบ็คแฮ่ม, หลุยส์ ฟีโก้ รวมไปถึงราอูล กอนซาเลซ โดยอยู่กับทีมไปทั้งหมด 11 ฤดูกาล ลงสนาม 527 เกมในทุกรายการและยิงได้ 69 ประตู ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ลาลีกา สเปน 4 สมัย, โกปา เดล เรย์ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างละ 4 สมัย

ก่อนที่ปี 2007 คาร์ลอส ในวัย 34 ปี ซึ่งถือว่าเป็นช่วงท้ายปลายทางของาอาชีพค้าแข้ง เขาตัดสินใจย้ายออกจากถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ไปร่วมทีมเฟเนร์บาห์เช่ ยักษ์ใหญ่แห่งศึกตุรกี ซูเปอร์ลีก และคว้าแชมป์บอลถ้วยกับทีมได้ 1 สมัย โดยอยู่กับทีมได้ 2 ปี ก็กลับบ้านเกิดไปอยู่กับ โครินเธียนส์ ในช่วงเวลาสั้น ๆ ตามด้วย อันชิ มาคัชคาล่า ในรัสเซีย และแขวนสตั๊ดกับเดลลี่ ไดนาโม สโมสรในอินเดียในปี 2016

บานาน่า ชู๊ต

ROBERTO CARLOS กับลูกยิง “บานาน่า ชู๊ต”

สำหรับเส้นทางของ ROBERTO CARLOS กับทีมชาติบราซิล ตั้งบอกเลยว่าเขาเป็นตัวหลักของทีมมาตลอด ติดตั้งแต่ปี 1992 สมัยที่ยังเป็นดาวรุ่ง แต่หลุดจากทีมชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 1994 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่หลังจากนั้นก็ติดทีมมาแบบยาว ๆ ฟุตบอลโลกครั้งแรกของเขาคือในปี 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส

แต่ก่อนจะเริ่มทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก คาร์ลอสได้สร้างความโด่งดังในรายการ 4 เส้าที่ประเทศฝรั่งเศสในปี 1997 ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลกจะเริ่มต้นขึ้น 1 ปี กับลูกยิงฟรีคิกบันลือโลกระยะกว่า 38 หลา ใส่ทีมชาติฝรั่งเศส เขายืนถอยห่างจากลูกฟุตบอลประมาณ 10 หลา แล้วค่อย ๆ ซอยเท้าจากระยะไกลวิ่งไปกดด้วยซ้ายเต็มข้อบอลพุ่งแรงติดไซด์ก้อยโค้งเป็นรูปร่างแบบกล้วยเข้าประตูชนิดที่ ฟาเบียง บาร์กเตซ นายทวารคู่ได้แต่ป้องกันด้วยสายตา

ประตูนี้พูดถึงอย่างมาก หลายคนเข้าใจผิดว่ามันเกิดขึ้นในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย แต่จริง ๆ คือรายการ 4 เส้า “ตูร์นัว เดอ ฟรองซ์” ที่เตรียมความพร้อมก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 1998 ได้รับการขนานนามว่าเป็นลูกยิง “บาบาน่า ชู๊ต” ปัจจุบันประตูนี้ก็ยังต้องตาตรึงใจแฟนบอลหลาย ๆ คนทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่

ว่ากันว่าประตูนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้อีก ด้วยเหตุผลทางฟิสิกส์ ซึ่งทางนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการวิจัยลูกยิงของเขา โดยลงความเห็นว่าขาของเขานั้นต้องมีพลังเป็นอย่างมากกับการอัดลูกฟุตบอลด้วยความเร็วระดับ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในระบบ 38 หลา เพื่อให้โค้งออมกำแพงก่อนที่จุดตกจะวนกลับเข้ามาที่กรอบประตู ซึ่งเป็นความพอดิบพอดีที่ไม่น่าเชื่อ

คาร์ลอส

ภาพจำแฟนบอลไทยกับ ROBERTO CARLOS

ย้อนกลับไปสมัยก่อนเกมเครื่องเล่นเกม PLAY STATION ถือว่าโด่งดังเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ PLAY 1 ที่เด็ก ๆ ในยุคนั้นรู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งความเทพของ ROBERTO CARLOS อยู่ในเกม WINNING ELEVEN 3 ผลิตจากค่าย KONAMI กลายเป็นจุดเริ่มต้นตำนานและของเขาเลยก็ว่าได้

เพราะเด็กในยุคนั้น ร้อยทั้งร้อยหากเลือกใช้ทีมชาติบราซิล มักจะหยิบ โรแบร์โต้ คาร์ลอส ที่มีค่าสปีด 9 และค่าพลังในการยิงประตู 9 หรือเต็มแม็กซ์สูงสุดในเกม โดนจับไปเล่นในตำแหน่งกองหน้าคู่กับ โรนัลโด้ R9 อยู่เสมอ ใครอยากชนะเพื่อนก็แค่หาตัวเร็ว ๆ ไปเล่นกองหน้ากดชิ่งสูตรทำชิ่ง “วันทู” หรือแทงทะลุช่องก็มีชัยไปกว่าครึ่งแรก ได้กลายเป็นตำนานที่ยังถูกพูดถึงจนทุกวันนี้

แบ็คซ้ายตีนระเบิด

ROBERTO CARLOS ตำนานที่ยังคงอยู่

แม้ว่าจะแขวนสตั๊ดเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพไปตั้งแต่ปี 2016 แต่ชื่อของเขายังคงได้รับการกล่าวขานจนถึงปัจจุบัน บางคนยกให้เขาคือผู้เล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลก ถึงจะไม่มีรางวัลส่วนตัวที่ยิ่งใหญ่อย่าง “บัลลงดอร์” ดีที่สุดคืออันดับ 2 เมื่อปี 2002 แต่เขาก็ประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพ กวาดมาทุกแชมป์ในระดับสโมสรและทีมชาตี รวมไปถึงติดทีมยอดเยี่ยมหลายรายการ นี่คือหนึ่งในนักฟุตบอลที่เป็นตำนานอย่างแท้จริง กับเจ้าของฉายา “แบ็คซ้ายตีนระเบิด” ROBERTO CARLOS

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ROBERTO CARLOS

สโมสรแรกในยุโรปคือสโมสรใด?

อินเตอร์ มิลาน

คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้วกี่สมัย?

1 สมัยในปี 2002

ลงเล่นให้กับ เรอัล มาดริด กี่ฤดูกาล?

11 ฤดูกาล

ทัวร์นาเมนต์อะไรที่เขายิงฟรีคิกจดคนทั่วโลกจดจำ?

ตูร์นัว เดอ ฟรองซ์

ปัจจุบันอายุเท่าไหร่?

50 ปี (ปี 2024)

บทความล่าสุด

ข่าวฟุตบอลล่าสุด

ไฮไลท์ฟุตบอลล่าสุด

วิเคราะห์บอลล่าสุด